สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับ กำนันตำบลวังท่าช้าง และเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีการลักลอบนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหลากหลายประเภทปะปนกันมาลักลอบทิ้งในพื้นที่เกษตรกรรม

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี
มอบหมายให้นายณชรพงศ์ บุญทา วิศวกรชำนาญการ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ร่วมกับ กำนันตำบลวังท่าช้าง
และเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีการลักลอบนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุ
ที่ไม่ใช้แล้วหลากหลายประเภทปะปนกันมาลักลอบทิ้งในพื้นที่ เกษตรกรรม

จุดที่หนึ่ง (พิกัด 13.700993, 101.851075)
ซึ่งตรวจสบอพบว่า มีสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ใช้แล้วปะปนการมีลักษณะสีดำเป็นผงละเอียดปะปนกับผงสีน้ำตาล และผงสีเทา ขณะเก็บตัวอย่างพบ ว่าวัสดุดังกล่าวมีการคายความร้อนออกมาเป็นระยะ อีกทั้งพบร่องรอยว่ามีเศษของเปลือกสายไฟที่ผ่านการคัดแยกนำทองแดงออกมาแล้ว ปะปนกันอยู่จำนวนหนึ่ง ในการตรวจสอบพื้นที่จุดนี้พบว่าการทิ้งลักษณะดังกล่าว เป็นการทิ้งเป็นการทิ้งเพื่อถมที่ในบริเวณนั้น

จุดที่สอง (พิกัด 13.700728, 101.852298) พบว่ามีสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ใช้แล้ว
มีลักษณะเช่นเดียวกันกับจุดที่หนึ่ง แต่เป็นการทิ้งแยกกองไว้อย่างชัดเจนมิได้ปนกันมีจำนวนทั้งสิ้น 4 กอง ประกอบไปด้วยเศษสายไฟจำนวนทั้งสิ้น 1 กอง, เถ้าตะกอนสีดำจำนวนทั้งสิ้น 1 กอง เถ้าตะกอนสีเทาจำนวนทั้งสิ้น 2 กอง

จุดที่สาม (พิกัด 13.698638, 101.850468)
พบว่า เป็นสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วประเภทเปลือกสายไฟที่ผ่านการนำทองแดงภายในออกไปใช้งาน โดยลักษณะการทิ้ง เป็นการทิ้งปรับพื้นถนนบนเส้นทางการเดินทางเพื่อใช้เป็นถนนเดินทางไปบรรจบกับจุดทิ้งที่สอง

จุดที่สี่ (พิกัด 13.702164, 101.843444) พบว่ามีการลักลอบทิ้งน้ำเสียลงในบ่อน้ำในพื้นที่การเกษตร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นกลิ่นของน้ำมันเครื่องใช้แล้ว
อีกทั้ง พบคราบน้ำมันลอยเต็มผิวหน้าบริเวณบ่อน้ำดังกล่าว อีกทั้งสีของน้ำเป็นสีเทา คาดว่าจะมีการปนเปื้อนเต็มพื้นที่ของบ่อน้ำแห่งนี้

เบื้องต้นสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี จะดำเนินการเก็บตัวอย่างสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ใช้แล้วจากจุดที่พบทั้งหมด
เพื่อส่งให้ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ตรวจวิเคราะห์ความเป็นตรายของตัวอย่างดังกล่าว และจะได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อสืบหาผู้กระทำความผิดต่อสถานีตำรวจภูธรวังตะเคียน ต่อไป